เปิดสูตรเด็ด! อ้อยงาม หวานฉ่ำ ทำตามนี้ เห็นผลดีทั้งแปลง!

เปิดสูตรเด็ด! อ้อยงาม หวานฉ่ำ ทำตามนี้ เห็นผลดีทั้งแปลง!


ถึงเวลาสตาร์ทเครื่องลุยปลูกอ้อยกันแล้วครับพี่น้อง! ใครอยากปลูกอ้อยแบบเป็นระบบ ลงแรงอย่างคุ้มค่า พร้อมรับกำไรที่วิ่งเข้ามา ก็ต้องมาดูเทคนิคดี ๆ ที่น้องปุ๋ยขยันรวบรวมมาให้แล้ว รับรองว่าถ้าทำตามนี้ ผลผลิตดี พุ่งปรี๊ดชัวร์คร้าบบบ! 

 

ถ้าพี่ ๆ พร้อมแล้ว ก็ตามน้องปุ๋ยขยันไปดูกันเลยครับ
 

◾ ปลูกอ้อยต้องเตรียมอะไรบ้าง?   

 

✔ เลือกทำเลพื้นที่ปลูกให้เหมาะสม : ควรเป็นที่น้ำไม่ท่วมหรือพื้นที่ราบ มีหน้าดินลึกอย่างน้อย 20 นิ้ว ดินมีความสมบูรณ์ดี เป็นพื้นที่ชลประทาน เดินทางสะดวกและจะต้องอยู่ห่างจากโรงงานน้ำตาลไม่เกิน 50 กิโลเมตร เพราะจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งอ้อยเข้าโรงงาน  

✔ ปรับสภาพดินให้เหมาะสม : อ้อยเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ดินร่วนเหนียว และดินร่วนปนทราย ดังนั้นก่อนปลูกต้องแน่ใจก่อนว่าดินมีธาตุอาหารเพียงพอ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม และควรเตรียมดินล่วงหน้า 2 เดือนก่อนปลูกอ้อย

✔ เตรียมวัสดุคลุมดิน : ควรคลุมดินด้วยใบอ้อยแห้งหรือพลาสติก เพื่อลดวัชพืชที่จะเข้ามาแย่งธาตุอาหารจากอ้อย ซึ่งวัชพืชมีทั้งใบกว้างและใบแคบ เช่น กกทราย หญ้าปากควาย และหญ้าดอกขาว ซึ่งการกำจัดวัชพืชสามารถกำจัดได้โดยการใช้แรงงานคนหรือสัตว์ แต่หากในพื้นที่โดยเฉพาะไร่อ้อย ควรใช้เครื่องจักรช่วยกำจัดจะเพิ่มความรวดเร็วกว่า  

✔ วางแผนการปลูก : การปลูกอ้อยมักทำในพื้นที่กว้าง ก่อนปลูกจึงต้องวางแผนและจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน และอ้อยได้รับธาตุอาหารเพียงพอ 

✔ เลือกช่วงเวลาปลูก : การปลูกอ้อยแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ ปลูกต้นฝน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และปลายฝน (อ้อยข้ามแล้ง) ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม อ้อยชอบแสงแดดจัด อุณหภูมิประมาณ 30-35 องศา แต่ก็ต้องการฝนเพื่อเจริญเติบโตด้วยเหมือนกัน

✔ เตรียมแหล่งน้ำให้เพียงพอ : ควรคำนวณปริมาณน้ำที่อ้อยต้องการในช่วงฝนทิ้งช่วงและเตรียมแหล่งน้ำให้เพียงพอ เช่น การขุดสระน้ำ และการใช้ระบบน้ำหยดจะช่วยให้อ้อยได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ทั้งยังช่วยประหยัดน้ำและลดต้นทุนการจัดหาแหล่งน้ำได้อีกด้วย
 

◾ เลือกพันธุ์อ้อยยังไง ให้ได้ผลผลิตที่คุ้มค่า  

 

✔ มีความหวานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 12 C.C.S. ทั้งอ้อยปลูกและอ้อยตอ 

✔ ทนแล้งได้ดี 

✔ เป็นพันธุ์ที่ลอกกาบใบง่าย และไม่มีขนด้านหลังกาบใบ 

✔ ลำอ้อยตรง ยาว ใหญ่ แน่น และสะอาด ไม่ถูกแมลงหรือโรคทำลาย 

✔ ใบสีเขียวสด แผ่กว้าง และยาวพอเหมาะ 

✔ ทนโรคใบขาวและหนอนกอ 

✔ ให้ผลผลิตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 18 ตัน/ไร่
 

◾ การปลูกอ้อย 

 

✔ ยกร่องปลูกให้มีระยะห่างประมาณ 1-1.5 เมตร ถ้าปลูกปลายฤดูฝนควรปลูกอ้อยทันทีเพื่อรักษาความชื้นของดิน 

✔ เตรียมท่อนพันธุ์ โดยลอกกาบใบและวางในร่อง โดยยอดต้องหันไปในทางเดียวกัน ส่วนโคนควรซ้อนปลายเล็กน้อย ใช้มีดคมสับเป็นท่อน ๆ ละ 2-3 ตา ถ้าปลูกต้นฝนกลบดินหนา 3-5 ซม. ส่วนปลายฝนกลบดินให้แน่นและหนา 15-20 ซม.

✔ การปลูกอาจใช้แรงงานคน หรือเครื่องปลูก ถ้าใช้เครื่องปลูกอ้อย เครื่องจะเปิดรอง ใส่ปุ๋ย วางท่อนพันธุ์ และกลบดินให้โดยอัตโนมัติ 

✔ ในบางพื้นที่ถ้ามีน้ำ ควรปล่อยน้ำเข้าตามร่องก่อนปลูกอ้อย พอดินหมาดจึงค่อยปลูก โดยวางท่อนพันธุ์และกลบดินให้แน่นพอประมาณและหนา 10-15 ซม.

 

◾ การใส่ปุ๋ย : ควรใส่ทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยพืชสด ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำ และระบายน้ำได้ดี 

 

◾ การให้น้ำ

 

✔ ควรให้น้ำตามร่องทันทีหลังปลูก และไม่ต้องระบายน้ำออก หากไม่สามารถปรับพื้นที่ให้มีความลาดเอียงได้ควรให้น้ำแบบพ่นฝอยแทน 

✔ ไม่ควรให้อ้อยขาดน้ำติดต่อกันนานเกิน 20 วัน โดยเฉพาะช่วงสะสมน้ำตาล

✔ งดให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยว 2 เดือน หากฝนตกหนักต้องระบายน้ำออกทันที 

✔ ให้น้ำทันทีหลังตัดแต่งตออ้อย เพื่อกระตุ้นการแตกหน่อใหม่

 

◾ การกำจัดวัชพืช 

 

การกำจัดวัชพืชเป็นสิ่งจำเป็นในช่วง 3-4 เดือนแรก ถ้าวัชพืชมากจะทำให้ผลผลิตอ้อยลดลง ซึ่งสารเคมีที่ใช้กำจัดวัชพืชแบ่งเป็น 3 พวก ได้แก่ 

 

✔ ยาคุมหญ้า : ใช้เมื่อปลูกอ้อยใหม่ ๆ หญ้ายังไม่งอก

✔ ยาฆ่าและคุมหญ้า : ใช้เมื่ออ้อยงอกแล้ว และหญ้าอายุไม่เกิน 5 สัปดาห์

✔ ยาฆ่าหญ้า : ให้เมื่ออ้อยงอกแล้ว และหญ้าโตอายุมากกว่า 6 สัปดาห์
 

◾ อยากให้อ้อยหวานฉ่ำ ทำตามนี้! 

 

✔ เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก 

✔ เก็บเกี่ยวเมื่ออ้อยสุกเต็มที่ (อายุมากกว่า 12-13 เดือน) เพราะเป็นช่วงที่มีค่าความหวานสูง

✔ อ้อยจะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 30-35 องศา ช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนควรมีอุณหภูมิ 18-24 องศา เพราะส่งผลต่อการสะสมน้ำตาลในลำต้น

✔ เลี่ยงการให้ปุ๋ยไนโตรเจนเมื่ออ้อยมีอายุมากกว่า 7 เดือน แต่ควรเน้นธาตุโพแทสเซียมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสะสมน้ำตาลแทน  

✔ ก่อนเก็บเกี่ยวควรงดให้น้ำอ้อยอย่างน้อย 1 เดือน

✔ ตัดอ้อยให้ชิดดินที่สุด ในส่วนของยอดควรตัดบริเวณข้อที่ 3 นับจากจุดหักธรรมชาติของอ้อย และควรให้มีใบยอดและดินทรายติดไปกับอ้อยให้น้อยที่สุด  

✔ ควรตัดอ้อยสด เพราะไม่ใช่แค่ขายได้ราคาสูง แต่ยังลดการสูญเสียค่าน้ำตาล อีกทั้งควรรีบตัดและรีบส่งเข้าโรงงาน เพื่อรักษาความสดและความหวานของอ้อยให้มากที่สุด
 

◾ บำรุงอ้อยทุกระยะให้สุด ต้อง ปุ๋ยตรามงกุฎ สูตรนี้!  

 

•  วิธีที่ 1 ใส่ปุ๋ย 3 ครั้ง 

 

✔ อ้อยระยะรองพื้นหรือหลังแต่งตอ 

✔ แนะนำสูตร 15-15-15 ทับทิม อัตราใส่ 25-50 กก./ไร่ 

 

✔ อ้อยอายุ 3-4 เดือน 

✔ แนะนำสูตร 40-0-0 หรือ 21-0-0 สูตรใดสูตรหนึ่ง อัตราใส่ 50 กก./ไร่ 

 

✔ อ้อยอายุ 5-6 เดือน 

✔ แนะนำสูตร 20-8-20 หรือ 15-7-18 สูตรใดสูตรหนึ่ง อัตราใส่ 25-50 กก./ไร่

 

• วิธีที่ 2 ใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง
 

✔ อ้อยระยะรองพื้นหรือหลังแต่งตอ 

✔ แนะนำสูตร 18-8-8 หรือ 15-15-15 ทับทิม สูตรใดสูตรหนึ่ง อัตราใส่ 50 กก./ไร่ 

 

✔ อ้อยอายุ 3-4 เดือน 

✔ แนะนำสูตร 40-0-0 หรือ 21-0-0 หรือ 20-8-20 หรือ 15-7-18 สูตรใดสูตรหนึ่ง อัตราใส่ 50 กก./ไร่

 

หมายเหตุ : อัตราใส่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามค่าวิเคราะห์ดิน ความสมบูรณ์ต้น ความหนาแน่นของต้นพืช หรือความชื้นดิน 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมการเกษตร และ วารสารอ้อยและน้ำตาล สอน.

 

สอบถามราคาสถานที่จัดจำหน่าย และ ติดตามราคาพืชผลก่อนใครทาง LINE คลิกเลย!

https://lin.ee/rNYeQyq  

ติดตามคลิปความรู้สนุก ๆ จากน้องปุ๋ยขยันใน TikTok ได้ที่ 

https://www.tiktok.com/@puitramongkut 

 

#ปุ๋ยตรามงกุฎ #เริ่มต้นตรงจุดผลผลิตตรงใจปุ๋ยตรามงกุฎ #ปุ๋ยขยันทำงานทุกเม็ด #ปุ๋ยขยันทำงานตรงจุด #เริ่มต้นให้ตรงจุด #ปุ๋ยขยันสร้างผลผลิตไปได้สุด #ปุ๋ยขยันเต็มแรง #นิยมทั่วไทย #เกษตรกรรุ่นใหม่ #อ้อย #ไร่อ้อย #ปลูกอ้อย #การปลูกอ้อย #พันธุ์อ้อย #การเลือกพันธุ์อ้อย #ปุ๋ยอ้อย #ปุ๋ยบำรุงอ้อย